091006 Leeteuk Diary Entry Update + [TRANS] 090911 - 090924 SUKIRA
posted on 06 Oct 2009 20:06 by midorijung in News
091006 Leeteuk Diary Entry Update
2009.10.05 (Written on 2009.10.06 at 01:54 AM)
..รายการสเปเชียล แดนซ์ แบทเทิล (Chuseok Special)..
..ทุกสิ่งนี้เป็นการฝึกฝนเพียง 20 นาที ในห้องพักโรงแรมที่ประเทศไทย..
..แต่พวกเราทั้งหมดก็ทำได้ดีมาก ผมคิดแบบนั้นนะ..
..นั่นแหละคือคำตอบที่ทำให้ผมอารมณ์ดีมาก !~ㅋㅋ..
..ดูเหมือนว่าสมาชิกทุกคนจะเป็นธรรมชาติมาก..ธรรมชาติที่เกินการจินตนาการ..
..ดังนั้นแล้วผมก็ดูเป็นธรรมชาติเหมือนกันใช่มั้ยครับ ?...ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
credit ; WHATSUBB.com
[TRANS] 090911 - 090924 SUKIRA : ทึกกี้นักปอกผลไม้, อึนฮยอกที่ฝรั่งเศส ฯลฯ
♣ นักปอกผลไม้มืออาชีพ - อีทึก
อีทึก: อึนฮยอก นายปอกผลไม้เป็นไหม? ไม่เป็นล่ะสิใช่ไหม
อึนฮยอก: เอิ่ม...เอ่อ...
อีทึก: ฉันน่ะปอกเก่งมากเลยนะ
อึนฮยอก: จริงเหรอฮะ ผมน่ะปอกไม่ได้เลยล่ะ
อีทึก: ลูกพีชกับแอปเปิ้ลทั้งหมดที่หอน่ะ ฉันเป็นคนปอกเองแหละ
อึนฮยอก: ผมยอมกินทั้งเปลือกดีกว่าจะปอกมันอีกนะ
อีทึก: ร้านไอศกรีมที่ฉันทำงานอยู่ขายไอศกรีมรสผลไม้ด้วย วันแรกที่ฉันไปทำงาน เจ้านายถามฉันว่า "นายรู้วิธีปอกผลไม้ไหม" ฉันกลัวว่าถ้าฉันตอบไปว่าฉันไม่รู้เขาจะไม่จ้างฉันต่อ ฉันก็เลยโพล่งไปว่า "แน่นอนสิครับ" แล้วเขาก็เอาสัปปะรดใส่ฉัน นายรู้ไหมมันปอกยังไง
อึนฮยอก: สัปปะรด??? ไม่รู้สิฮะ
อีทึก: คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ ก่อนอื่นนายต้องตัดปลายทั้งสองด้านออกก่อน แล้วค่อยปอกไปทีละนิดๆ
อึนฮยอก: พี่ใช่อะไรปอกฮะ
อีทึก: มีด นายเคยปอกมะม่วงไหม
อึนฮยอก: ไม่... ผมไม่เคยปอกอะไรมาก่อนเลย
อีทึก: ตอนนั้นฉันก็ไม่รู้วิธีปอกเหมือนกัน ฉันแกล้งทำเป็นว่าฉันรู้ แต่สุดท้ายฉันก็โดนด่า "**หมอ นี่ นายบอกว่านายรู้วิธีปอกไม่ใช่เหรอ" "ที่จริง ผม...จำไม่ค่อยได้แล้วน่ะครับ...." หลังจากนั้นฉันก็เรียนรู้ไปทีละนิดๆ และตอนนี้มันก็เป็นประโยชน์มากเชียวล่ะ
อึนฮยอก: ถ้าแฟนพี่ไม่รู้วิธีปอกผลไม้ และก็ทำงานบ้านพวกนี้ไม่ได้เลย พี่จะว่าอะไรไหม
อีทึก: ฉันไม่ว่าอะไรหรอก ฉันปอกให้ก็ได้ ที่สำคัญคือฉันรักเธอมากกว่า
อึนฮยอก: ผมหวังหว่าเธอจะปอกผลไม้เก่งๆนะ
♣นักร้องฝึกหัดทำงานที่ร้านไอศกรีม
อีทึก: เมื่อก่อนตอนที่ฉันทำงานน่ะ ทุกอย่างมันไม่แน่นอนเอาซะเลย ฉันไม่รู้ว่าฉันจะได้เดบิวตอนไหน อยู่บ้านฉันก็ไม่ได้ทำอะไรแล้วก็อายุมากขึ้นทุกวันๆ พอแม่ฉันเห็น แม่ฉันก็กังวลมาก "คนอายุเท่าลูกน่ะไปโรงเรียนแล้วก็ไปทำงานหาเงินได้ ลูกนั่งอยู่แต่ในห้องฟังเพลงทั้งวัน ไม่รู้ว่าจะได้เดบิวตอนไหน ลูกนั่งๆนอนๆ อย่างนี้โดยไม่รู้สึกเดือดร้อนเลยได้ยังไง?" ฉันก็เลยวิ่งไปหางานแถวๆมหาวิทยาลัยสตรี Ewha และก็ได้งานทำ ที่จริงฉันจะไปหางานทำแถวมหาวิทยาลัย Hongik หรือ Yonsei ...แต่ฉันจงใจที่จะไป Ewha...
อึนฮยอก: ...เพื่อที่จะได้เห็นเด็ก Ewha น่ารักๆ พี่น่าจะทำงานธุรการในมหาวิทยาลัย Ewha เลยนะ
อีทึก: มันยากเกินไปนี่...
อึนฮยอก: ผมก็เคยทำงานมาเหมือนกันนะ แต่เหตุผลต่างกับของพี่ล่ะ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าอีกไม่นานผมจะได้เดบิวแล้ว และก่อนที่ผมจะเดบิว ผมจะต้องรู้ว่าการทำงานน่ะมันเป็นยังไง เพราะถ้าผมเดบิวผมต้องกลายเป็นดาวเด่นแน่ๆ... ตอนชั้นมัธยมต้นปีที่ 3 ผมก็ทำงานที่ปั๊มน้ำมันเดือนนึง
อีทึก: ตลอดทั้งเดือนนั่น นายต้องพูดว่า "จะเติมเท่าไหร่ดีครับ" ตลอดเลยใช่ไหม
อึนฮยอก: ใช่ๆๆ ในหนึ่งเดือน ผมได้ประสบการณ์มากมายเลย
อีทึก: ตอนที่ฉันเริ่มทำงานที่ร้านนั่น พวกผู้หญิงดีกับฉันมากเลยล่ะ แต่พวกผู้ชายน่ะแกล้งฉันตลอดเลย เวลาปอกผลไม้น่ะก็ให้ฉันทำตลอด ผ่านไปไม่กี่วันพวกเขาก็ทนไม่ได้ "นายน่ะมาจากไหนกัน?" และฉันก็อดที่จะพูดออกไปไม่ได้ว่า "ที่จริงแล้วผม...เป็นนักร้องฝึกหัด" ตอนที่ฉันพูดประโยคนี้ไปพวกเขาก็ตกใจมาก ท่าทางของพวกเขาเปลี่ยนไปทันที
อึนฮยอก: พี่พูดชื่อบริษัทออกไปไหม
อีทึก: ฉันพูดล่ะ หลังจากนั้นฉันก็เข้าเน็ตและก็โชว์เว็บแฟนคลับของพวกเรานักร้องฝึกหัดให้พวก เขาดู คำพูดคำจาท่าทางของเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยล่ะ "ทำไมไม่บอกก่อนหน้านี้เล่า~" หลังจากนั้นฉันก็ทำงานหนักมากและก็ผ่านพ้นงานนี้ไปได้อย่างราบรื่น
♣ อึนฮยอกต่อต้านการแต่งงานกับคนต่างชาติ
อีทึก: อึนฮยอก ตอนนายอยู่ที่ปารีส ถ้านายเจอกับผู้หญิงที่นายตกหลุมรักตั้งแต่เห็นหน้ากันครั้งแรก...
อึนฮยอก: พี่พูดถึงผู้หญิงฝรั่งเศสเหรอ?
อีทึก: ใช่ หรือไม่ก็ชาวต่างชาติประเทศอื่นก็ได้ หรืออาจจะเป็นคนเกาหลีก็ได้ นายจะทำยังไง
อึนฮยอก: ผมน่ะ... ก็จะติดต่อกับเธอไปสักพัก หลังจากนั้นถ้าผมรู้สึกว่าเธอก็ไม่เลว ความสัมพันธ์ของเราก็พัฒนาต่อไปได้
อีทึก: นายจะแต่งงานไหม?
อึนฮยอก: ก็คงต้องดูกันไปก่อนล่ะฮะ
อีทึก: ให้ฉันถามอะไรหน่อยนะ นายคิดยังไงกับการแต่งงานกับคนต่างชาติ
อึนฮยอก: ...คำถามนี้.. ตอนนี้ผมคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ฮะ
อีทึก: จริงเหรอ? ถ้าอย่างนั้นนายก็เป็นพวกอนุรักษ์นิยมนี่นา
อึนฮยอก: อืม.. ผมยังอยากแต่งงานกับผู้หญิงเกาหลีอยู่นะฮะ
อีทึก: ฉันน่ะยังไงก็ได้ คนต่างชาติก็ได้
อึนฮยอก: ผมไม่ได้ต่อต้านแบบจริงจังนะฮะ ผมแค่ไม่เคยสนิทสนมกับคนต่างชาติมาก่อน ผมเลยยังไม่แน่ใจ
อีทึก: ฉันก็ไม่เคยสนิทสนมกับพวกเขามาก่อนเหมือนกันแหละน่า
อึนฮยอก: ยังไงซะ... ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดี และผมก็ไม่มีเพื่อนต่างชาติด้วย
อีทึก: เด็กลูกผสมน่ะน่ารักมากๆเลยนะ
อึนฮยอก: อ๊ะ ผมเคยมีเพื่อนต่างชาติคนนึงนะ ตอนที่พวกเราเป็นเด็กฝึกหัดอยู่ก็มีคนนึงที่มีเชื้อรัสเซีย แล้วก็อายุเท่าๆกับผม เธอน่ารักมากๆ เลยล่ะ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอก็ค่อนข้างดีด้วย
อีทึก: ใช่ ฉันจำได้แล้วละ ยังไงก็ตาม ณ เวลานี้... อึนฮยอกไม่มีความตั้งใจที่จะแต่งงานกับคนต่างชาตินะฮะ ผู้ฟังชาวต่างชาติที่รักของเราทั้งหลาย. . .
อึนฮยอก: ผมแค่บอกว่าผมไม่แน่ใจ ไม่ได้บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้นี่ T.T
อีทึก: ฉันพูดว่าฉันไม่ได้ต่อต้านมัน นายก็พูดจุดยืนของนายไปด้วยไม่ใช่เหรอ
อึนฮยอก: ผมยังไม่เข้าใจการแต่งงานดีพอ ผมอายุยังน้อย พี่แก่กว่าผมพี่ก็เลยเข้าใจมันไง ผมเด็กเกินไปอะ ผมไม่เข้าใจอะไรเลย
อีทึก: แก่?? นายเด็กกว่าฉันไม่กี่ปีเองนะ ฮึ้ยย
♣ กินอาหารเกาหลีที่ฝรั่งเศส
อีทึก: ที่ฝรั่งเศสนายกินอะไรบ้าง
อึนฮยอก: หมูสามชั้น
อีทึก: นายไปฝรั่งเศสนายก็ควรจะกินอาหารฝรั่งเศสสิ จะกินหมูสามชั้นทำไม
อึนฮยอก: วันแรกผมกินหมูสามชั้นย่าง วันที่สองผมกินเต้าหู้กิมจิล่ะ ฮิๆ
อีทึก: นายควรจะลองอาหารของที่นั่นบางนะ
อึนฮยอก: ผมไม่ค่อยสนใจอาหารต่างประเทศอยู่แล้วนี่ฮะ
อีทึก: น่าเสียดายมากๆเลย หลังจากไปที่นั่นแล้ว นายไม่เกิดความคิดหรือความรู้สึกอะไรเลยเหรอ
อึนฮยอก: ผมว่าจิตใจผมเปลี่ยนไปนิดหน่อยนะฮะ ผมเปิดรับอะไรมากขึ้น
อีทึก: เปิดยังไงล่ะ
อึนฮยอก: ความรัก? ฮ่าๆๆ ความคิดของผมน่ะเปิดกว้างมากขึ้นเลยล่ะ
อีทึก: นายไปที่นั่นแค่ไม่กี่วัน... ถ้ามีใครได้ฟังเขาต้องนึกว่านายไปอยู่มาแล้วซัก 3 เดือน 6 เดือน
อึนฮยอก: ถ้าผมไปอยู่ที่นั่นนานกว่านั้น ผมคงชินกับสถานที่เลยล่ะ 3 หรือ 5 วันนี่กำลงดี
อีทึก: (ถอนหายใจ) ฉันน่าจะไปกับนายเนอะ และก็ดูว่านายไปทำอะไร
อึนฮยอก: ครั้งต่อไป ใครที่อยากจะไปก็มาถามผมได้เลยนะ ผมรู้ทุกอย่างเลย ต้องนั่งรถไฟสายไหน...ฯลฯ
อีทึก: ฉันน่าจะจ้างนักสืบติดตามนายนะ....
อึนฮยอก: และก็ต้องเรียนพวกประโยคง่ายๆด้วย อย่าง merci~
อีทึก: แปลว่าอะไรล่ะ
อึนฮยอก: ขอบคุณ ถ้าเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้ พี่จะมีช่วงเวลาที่ดีในฝรั่งเศส
อีทึก: นายโดนรังแกไหม
อึนฮยอก: ก็จบลงสำหรับวันนี้นะฮะ ถ้าอยากรู้อะไรอีกไว้ติดตามฟังในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน
♣ ผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก
อีทึก: ในความคิดของฉันนะ ถ้าให้นึกถึงคนที่มีบุคลิกทันสมัย ก็ต้องเป็นพวกที่ถือกระเป๋าเอกสารข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟแล้วก็เดิน พวกเขาดูหล่อมากเลยล่ะ ก่อนหน้านี้มีรุ่นพี่คนนึงเล่าว่าเขาเจอซีวอนบนถนนหลังจากที่เขาเพิ่งออก กำลังกายเสร็จ เขาบอกว่าซีวอนหล่อเกินไปแล้วล่ะ ซีวอนของเราหุ่นดีมากเลยนะ และตอนที่เขาใส่เสื้อทีเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ ถือกระเป๋าเอกสาร มันช่าง...และเขาก็ชอบกาแฟมากๆเลยด้วย
อึนฮยอก: ผมนึกว่าเขาไม่มีอะไรทำและก็ดื่มเพื่อความสนุกซะอีก
อีทึก: ฉันถามเขาไปว่าดื่มกาแฟน่ะรสชาติดีเหรอ เขาบอกว่ามันดีมากๆเลยล่ะ
อึนฮยอก: มันเป็นรสประจำของเขาเองฮะ ไม่กี่วันก่อน เราอยูที่ร้านทำผม ผมนั่งทำผมอยู่ เขาบอกว่าเขาจะไปที่ร้านกาแฟข้างล่างหาอะไรดื่มระหว่างรอผม และให้ผมลงไปเจอเขาตอนที่ผมเสร็จแล้ว วันนั้นพวกเราใส่สูท และพอผมลงไปข้างล่าง ผมเห็นเขาสั่งชีสเค้กกับกาแฟ...ใส่สูทสีดำที่เป็นทางการ ผมนึกว่าเขากำลังไปเจรจาธุรกิจอะไรซะอีก เหมือนพวกผู้บริหารใหญ่โต เขากำลังใช้ส้อมกินเค้กอยู่ เขามองผมและก็พูดว่า "โอ้ มาแล้ว"
อีทึก: ในเวลานั้นมันต้องเป็นอย่างนี้แน่ๆเลย ตอนที่เค้กมากถึง เขาจะพูดว่าขอบคุณ ใช้สองมืออธิษฐานต่อพระเจ้าก่อนจะกิน
อึนฮยอก: หลังจากนั้นเขาก็ถามผมว่าผมจะดื่มอะไร ผมตอบเขาไปว่า "โกโก้เย็น"....
อีทึก: อึนฮยอก นายปอกผลไม้เป็นไหม? ไม่เป็นล่ะสิใช่ไหม
อึนฮยอก: เอิ่ม...เอ่อ...
อีทึก: ฉันน่ะปอกเก่งมากเลยนะ
อึนฮยอก: จริงเหรอฮะ ผมน่ะปอกไม่ได้เลยล่ะ
อีทึก: ลูกพีชกับแอปเปิ้ลทั้งหมดที่หอน่ะ ฉันเป็นคนปอกเองแหละ
อึนฮยอก: ผมยอมกินทั้งเปลือกดีกว่าจะปอกมันอีกนะ
อีทึก: ร้านไอศกรีมที่ฉันทำงานอยู่ขายไอศกรีมรสผลไม้ด้วย วันแรกที่ฉันไปทำงาน เจ้านายถามฉันว่า "นายรู้วิธีปอกผลไม้ไหม" ฉันกลัวว่าถ้าฉันตอบไปว่าฉันไม่รู้เขาจะไม่จ้างฉันต่อ ฉันก็เลยโพล่งไปว่า "แน่นอนสิครับ" แล้วเขาก็เอาสัปปะรดใส่ฉัน นายรู้ไหมมันปอกยังไง
อึนฮยอก: สัปปะรด??? ไม่รู้สิฮะ
อีทึก: คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ ก่อนอื่นนายต้องตัดปลายทั้งสองด้านออกก่อน แล้วค่อยปอกไปทีละนิดๆ
อึนฮยอก: พี่ใช่อะไรปอกฮะ
อีทึก: มีด นายเคยปอกมะม่วงไหม
อึนฮยอก: ไม่... ผมไม่เคยปอกอะไรมาก่อนเลย
อีทึก: ตอนนั้นฉันก็ไม่รู้วิธีปอกเหมือนกัน ฉันแกล้งทำเป็นว่าฉันรู้ แต่สุดท้ายฉันก็โดนด่า "**หมอ นี่ นายบอกว่านายรู้วิธีปอกไม่ใช่เหรอ" "ที่จริง ผม...จำไม่ค่อยได้แล้วน่ะครับ...." หลังจากนั้นฉันก็เรียนรู้ไปทีละนิดๆ และตอนนี้มันก็เป็นประโยชน์มากเชียวล่ะ
อึนฮยอก: ถ้าแฟนพี่ไม่รู้วิธีปอกผลไม้ และก็ทำงานบ้านพวกนี้ไม่ได้เลย พี่จะว่าอะไรไหม
อีทึก: ฉันไม่ว่าอะไรหรอก ฉันปอกให้ก็ได้ ที่สำคัญคือฉันรักเธอมากกว่า
อึนฮยอก: ผมหวังหว่าเธอจะปอกผลไม้เก่งๆนะ
♣นักร้องฝึกหัดทำงานที่ร้านไอศกรีม
อีทึก: เมื่อก่อนตอนที่ฉันทำงานน่ะ ทุกอย่างมันไม่แน่นอนเอาซะเลย ฉันไม่รู้ว่าฉันจะได้เดบิวตอนไหน อยู่บ้านฉันก็ไม่ได้ทำอะไรแล้วก็อายุมากขึ้นทุกวันๆ พอแม่ฉันเห็น แม่ฉันก็กังวลมาก "คนอายุเท่าลูกน่ะไปโรงเรียนแล้วก็ไปทำงานหาเงินได้ ลูกนั่งอยู่แต่ในห้องฟังเพลงทั้งวัน ไม่รู้ว่าจะได้เดบิวตอนไหน ลูกนั่งๆนอนๆ อย่างนี้โดยไม่รู้สึกเดือดร้อนเลยได้ยังไง?" ฉันก็เลยวิ่งไปหางานแถวๆมหาวิทยาลัยสตรี Ewha และก็ได้งานทำ ที่จริงฉันจะไปหางานทำแถวมหาวิทยาลัย Hongik หรือ Yonsei ...แต่ฉันจงใจที่จะไป Ewha...
อึนฮยอก: ...เพื่อที่จะได้เห็นเด็ก Ewha น่ารักๆ พี่น่าจะทำงานธุรการในมหาวิทยาลัย Ewha เลยนะ
อีทึก: มันยากเกินไปนี่...
อึนฮยอก: ผมก็เคยทำงานมาเหมือนกันนะ แต่เหตุผลต่างกับของพี่ล่ะ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าอีกไม่นานผมจะได้เดบิวแล้ว และก่อนที่ผมจะเดบิว ผมจะต้องรู้ว่าการทำงานน่ะมันเป็นยังไง เพราะถ้าผมเดบิวผมต้องกลายเป็นดาวเด่นแน่ๆ... ตอนชั้นมัธยมต้นปีที่ 3 ผมก็ทำงานที่ปั๊มน้ำมันเดือนนึง
อีทึก: ตลอดทั้งเดือนนั่น นายต้องพูดว่า "จะเติมเท่าไหร่ดีครับ" ตลอดเลยใช่ไหม
อึนฮยอก: ใช่ๆๆ ในหนึ่งเดือน ผมได้ประสบการณ์มากมายเลย
อีทึก: ตอนที่ฉันเริ่มทำงานที่ร้านนั่น พวกผู้หญิงดีกับฉันมากเลยล่ะ แต่พวกผู้ชายน่ะแกล้งฉันตลอดเลย เวลาปอกผลไม้น่ะก็ให้ฉันทำตลอด ผ่านไปไม่กี่วันพวกเขาก็ทนไม่ได้ "นายน่ะมาจากไหนกัน?" และฉันก็อดที่จะพูดออกไปไม่ได้ว่า "ที่จริงแล้วผม...เป็นนักร้องฝึกหัด" ตอนที่ฉันพูดประโยคนี้ไปพวกเขาก็ตกใจมาก ท่าทางของพวกเขาเปลี่ยนไปทันที
อึนฮยอก: พี่พูดชื่อบริษัทออกไปไหม
อีทึก: ฉันพูดล่ะ หลังจากนั้นฉันก็เข้าเน็ตและก็โชว์เว็บแฟนคลับของพวกเรานักร้องฝึกหัดให้พวก เขาดู คำพูดคำจาท่าทางของเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยล่ะ "ทำไมไม่บอกก่อนหน้านี้เล่า~" หลังจากนั้นฉันก็ทำงานหนักมากและก็ผ่านพ้นงานนี้ไปได้อย่างราบรื่น
♣ อึนฮยอกต่อต้านการแต่งงานกับคนต่างชาติ
อีทึก: อึนฮยอก ตอนนายอยู่ที่ปารีส ถ้านายเจอกับผู้หญิงที่นายตกหลุมรักตั้งแต่เห็นหน้ากันครั้งแรก...
อึนฮยอก: พี่พูดถึงผู้หญิงฝรั่งเศสเหรอ?
อีทึก: ใช่ หรือไม่ก็ชาวต่างชาติประเทศอื่นก็ได้ หรืออาจจะเป็นคนเกาหลีก็ได้ นายจะทำยังไง
อึนฮยอก: ผมน่ะ... ก็จะติดต่อกับเธอไปสักพัก หลังจากนั้นถ้าผมรู้สึกว่าเธอก็ไม่เลว ความสัมพันธ์ของเราก็พัฒนาต่อไปได้
อีทึก: นายจะแต่งงานไหม?
อึนฮยอก: ก็คงต้องดูกันไปก่อนล่ะฮะ
อีทึก: ให้ฉันถามอะไรหน่อยนะ นายคิดยังไงกับการแต่งงานกับคนต่างชาติ
อึนฮยอก: ...คำถามนี้.. ตอนนี้ผมคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ฮะ
อีทึก: จริงเหรอ? ถ้าอย่างนั้นนายก็เป็นพวกอนุรักษ์นิยมนี่นา
อึนฮยอก: อืม.. ผมยังอยากแต่งงานกับผู้หญิงเกาหลีอยู่นะฮะ
อีทึก: ฉันน่ะยังไงก็ได้ คนต่างชาติก็ได้
อึนฮยอก: ผมไม่ได้ต่อต้านแบบจริงจังนะฮะ ผมแค่ไม่เคยสนิทสนมกับคนต่างชาติมาก่อน ผมเลยยังไม่แน่ใจ
อีทึก: ฉันก็ไม่เคยสนิทสนมกับพวกเขามาก่อนเหมือนกันแหละน่า
อึนฮยอก: ยังไงซะ... ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดี และผมก็ไม่มีเพื่อนต่างชาติด้วย
อีทึก: เด็กลูกผสมน่ะน่ารักมากๆเลยนะ
อึนฮยอก: อ๊ะ ผมเคยมีเพื่อนต่างชาติคนนึงนะ ตอนที่พวกเราเป็นเด็กฝึกหัดอยู่ก็มีคนนึงที่มีเชื้อรัสเซีย แล้วก็อายุเท่าๆกับผม เธอน่ารักมากๆ เลยล่ะ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอก็ค่อนข้างดีด้วย
อีทึก: ใช่ ฉันจำได้แล้วละ ยังไงก็ตาม ณ เวลานี้... อึนฮยอกไม่มีความตั้งใจที่จะแต่งงานกับคนต่างชาตินะฮะ ผู้ฟังชาวต่างชาติที่รักของเราทั้งหลาย. . .
อึนฮยอก: ผมแค่บอกว่าผมไม่แน่ใจ ไม่ได้บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้นี่ T.T
อีทึก: ฉันพูดว่าฉันไม่ได้ต่อต้านมัน นายก็พูดจุดยืนของนายไปด้วยไม่ใช่เหรอ
อึนฮยอก: ผมยังไม่เข้าใจการแต่งงานดีพอ ผมอายุยังน้อย พี่แก่กว่าผมพี่ก็เลยเข้าใจมันไง ผมเด็กเกินไปอะ ผมไม่เข้าใจอะไรเลย
อีทึก: แก่?? นายเด็กกว่าฉันไม่กี่ปีเองนะ ฮึ้ยย
♣ กินอาหารเกาหลีที่ฝรั่งเศส
อีทึก: ที่ฝรั่งเศสนายกินอะไรบ้าง
อึนฮยอก: หมูสามชั้น
อีทึก: นายไปฝรั่งเศสนายก็ควรจะกินอาหารฝรั่งเศสสิ จะกินหมูสามชั้นทำไม
อึนฮยอก: วันแรกผมกินหมูสามชั้นย่าง วันที่สองผมกินเต้าหู้กิมจิล่ะ ฮิๆ
อีทึก: นายควรจะลองอาหารของที่นั่นบางนะ
อึนฮยอก: ผมไม่ค่อยสนใจอาหารต่างประเทศอยู่แล้วนี่ฮะ
อีทึก: น่าเสียดายมากๆเลย หลังจากไปที่นั่นแล้ว นายไม่เกิดความคิดหรือความรู้สึกอะไรเลยเหรอ
อึนฮยอก: ผมว่าจิตใจผมเปลี่ยนไปนิดหน่อยนะฮะ ผมเปิดรับอะไรมากขึ้น
อีทึก: เปิดยังไงล่ะ
อึนฮยอก: ความรัก? ฮ่าๆๆ ความคิดของผมน่ะเปิดกว้างมากขึ้นเลยล่ะ
อีทึก: นายไปที่นั่นแค่ไม่กี่วัน... ถ้ามีใครได้ฟังเขาต้องนึกว่านายไปอยู่มาแล้วซัก 3 เดือน 6 เดือน
อึนฮยอก: ถ้าผมไปอยู่ที่นั่นนานกว่านั้น ผมคงชินกับสถานที่เลยล่ะ 3 หรือ 5 วันนี่กำลงดี
อีทึก: (ถอนหายใจ) ฉันน่าจะไปกับนายเนอะ และก็ดูว่านายไปทำอะไร
อึนฮยอก: ครั้งต่อไป ใครที่อยากจะไปก็มาถามผมได้เลยนะ ผมรู้ทุกอย่างเลย ต้องนั่งรถไฟสายไหน...ฯลฯ
อีทึก: ฉันน่าจะจ้างนักสืบติดตามนายนะ....
อึนฮยอก: และก็ต้องเรียนพวกประโยคง่ายๆด้วย อย่าง merci~
อีทึก: แปลว่าอะไรล่ะ
อึนฮยอก: ขอบคุณ ถ้าเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้ พี่จะมีช่วงเวลาที่ดีในฝรั่งเศส
อีทึก: นายโดนรังแกไหม
อึนฮยอก: ก็จบลงสำหรับวันนี้นะฮะ ถ้าอยากรู้อะไรอีกไว้ติดตามฟังในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน
♣ ผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก
อีทึก: ในความคิดของฉันนะ ถ้าให้นึกถึงคนที่มีบุคลิกทันสมัย ก็ต้องเป็นพวกที่ถือกระเป๋าเอกสารข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟแล้วก็เดิน พวกเขาดูหล่อมากเลยล่ะ ก่อนหน้านี้มีรุ่นพี่คนนึงเล่าว่าเขาเจอซีวอนบนถนนหลังจากที่เขาเพิ่งออก กำลังกายเสร็จ เขาบอกว่าซีวอนหล่อเกินไปแล้วล่ะ ซีวอนของเราหุ่นดีมากเลยนะ และตอนที่เขาใส่เสื้อทีเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ ถือกระเป๋าเอกสาร มันช่าง...และเขาก็ชอบกาแฟมากๆเลยด้วย
อึนฮยอก: ผมนึกว่าเขาไม่มีอะไรทำและก็ดื่มเพื่อความสนุกซะอีก
อีทึก: ฉันถามเขาไปว่าดื่มกาแฟน่ะรสชาติดีเหรอ เขาบอกว่ามันดีมากๆเลยล่ะ
อึนฮยอก: มันเป็นรสประจำของเขาเองฮะ ไม่กี่วันก่อน เราอยูที่ร้านทำผม ผมนั่งทำผมอยู่ เขาบอกว่าเขาจะไปที่ร้านกาแฟข้างล่างหาอะไรดื่มระหว่างรอผม และให้ผมลงไปเจอเขาตอนที่ผมเสร็จแล้ว วันนั้นพวกเราใส่สูท และพอผมลงไปข้างล่าง ผมเห็นเขาสั่งชีสเค้กกับกาแฟ...ใส่สูทสีดำที่เป็นทางการ ผมนึกว่าเขากำลังไปเจรจาธุรกิจอะไรซะอีก เหมือนพวกผู้บริหารใหญ่โต เขากำลังใช้ส้อมกินเค้กอยู่ เขามองผมและก็พูดว่า "โอ้ มาแล้ว"
อีทึก: ในเวลานั้นมันต้องเป็นอย่างนี้แน่ๆเลย ตอนที่เค้กมากถึง เขาจะพูดว่าขอบคุณ ใช้สองมืออธิษฐานต่อพระเจ้าก่อนจะกิน
อึนฮยอก: หลังจากนั้นเขาก็ถามผมว่าผมจะดื่มอะไร ผมตอบเขาไปว่า "โกโก้เย็น"....
♣ วันหยุดของอึนฮยอกที่ฝรั่งเศส
อึนฮยอก: ตอนนี้ก็ได้เวลาที่ผมจะมาเล่าเรื่องวันหยุดของผมที่ปารีสอีกครั้งนะครับ วันนี้ก็เริ่มตั้งแต่แรกเลยดีกว่า
อีทึก: ในที่สุดก็ได้เล่าสักที
อึนฮยอก: ผมติดต่อกับตัวแทนบริษัททัวร์ที่ผมรู้จัก เขาช่วยผมจองตั๋วเครื่องบินกับโรงแรม ผมบอกให้เขาช่วยส่งแผนที่บอกทางกับสิ่งอื่นๆ มาให้ผมทางอีเมล์ แต่ก่อนที่ผมจะไป ผมอยู่ซ้อมทั้งคืน หลังจากซ้อมผมก็จัดกระเป๋าแล้วก็ออกเดินทางเลยโดยไม่ได้อ่านอีเมล์ พอถึงฝรั่งเศสแล้วถึงเพิ่งจะนึกออก หลังจากผมลงจากเครื่องบิน ผมก็ไปเอากระเป๋าและก็เดินมาที่ทางออก ผมตกใจมากเลยฮะ เพราะพอผมเดินออกมา ผมก็ได้ยินเสียงกรี๊ดและก็เสียงกดชัตเตอร์รัวเลย ผมมองไปแล้วก็เห็นแฟนๆ ชาวฝรั่งเศสประมาณ 100 คนมารับผม ผมช็อกมากเลยฮะ พวกเขาวิ่งมาที่ผมและก็บอกว่าเป็นแฟนชาวฝรั่งเศส และก็หยิบรูปถ่ายมาให้ผมเซ็น ถ้าเป็นที่เกาหลีผมคงจะบอกไปว่าผมมีธุระและเซ็นให้ไม่ได้ ขอโทษแล้วก็ไป แต่ที่นั่นผมไม่รู้ว่าจะพูดยังไง ผมก็เลยเซ็นให้ทีละคนๆ หลังจากเซ็นไปนิดหนึ่งผมก็รู้สึกว่าผมเสียเวลา ผมก็เลยพูดว่า "(ภาษาอังกฤษ) ผม...ต้อง...ไป..." และพวกเขาก็ปล่อยให้พวกผมออกมาอย่างสุภาพ หลังจากเดินออกมา ผมก็รู้ตัวว่า ผมไม่รู้ว่าผมต้องไปที่ไหน ผมเลยเดินกลับไปกลับมา มีแฟนๆ บางคนวิ่งมาหาแล้วก็ถามว่าผมจะไปไหน ผมเลยถามพวกเขาว่าจะไปขึ้นรถไฟได้ที่ไหน พวกเขาเลยพาผมไปที่สถานีและก็ซื้อตั๋วให้ผม พวกเขาไปส่งผมที่โรงแรมด้วย หลังจากนั้นผมก็ถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพ
อีทึก: วันนี้เล่าแค่นี้เหรอ? ทำไมที่นายเล่าว่านายขึ้นรถไฟไปโรงแรมได้ยังไงนี่ มันฟังดูง่ายเกินไปล่ะ ที่จริงฉันเห็นวิดีโอนะ "(ภาษาอังกฤษ) เอิ่ม...โรงแรม....โรงแรม...อยู่ไหน...อยู่...ไหน...." แล้วนี่มันอะไรกัน สถานการณ์จริงมันต้องเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ แต่ตอนนี้นายดันถามเป็นภาษาเกาหลีซะอย่างนั้น
อึนฮยอก: ฮ่าๆๆๆ วิดีโอนั่นมันถ่ายมาแค่ส่วนหนึ่งนะ เลยถ่ายแค่ผมถามว่า "(ภาษาอังกฤษ) อยู่ไหน" ผมพูดอังกฤษเยอะมากเลยนะ ยังไงซะผมจะเล่าแค่นี้แล้วกัน
อีทึก: เขาโทรมาหาผมด้วยนะ "พี่! สุดยอดไปเลยล่ะ!!! มีแฟนๆ ซักร้อยคนอยู่ที่สนามบินด้วย!!!"
อึนฮยอก: ฮ่าๆๆๆ
อีทึก: ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากไปที่นั่นบ้าง
อึนฮยอก: ไปเลย ไปเลย
อีทึก: นายไปฝรั่งเศสมา ฉันอยากจะไปที่อังกฤษล่ะ
อึนฮยอก: พี่คิดว่าใครจะไปก็ไปได้งั้นเหรอ
อีทึก: นั่นมันบ้านฉันน่ะ แม่ฉันอยู่ที่นั่นล่ะ
♣ อึนฮยอกตั้งตารอคอยการแต่งงานกับคนต่างชาติ
อีทึก: อึนฮยอก ก่อนที่นายจะไปฝรั่งเศส นายบอกว่านายจะไม่แต่งงานกับคนต่างชาติ ตอนนี้นายกลับมาแล้ว มุมมองของนายเปลี่ยนไปไหม
อึนฮยอก: การแต่งงาน... ผมยังไม่แน่ใจฮะ แต่ผมคิดว่าเราน่าจะคบหากันได้นะ
อีทึก: อะไรนะ
อึนฮยอก: ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่ฮะ ตอนแรกผมรู้สึกว่าคนฝรั่งเศสน่ะแตกต่างจากเรามาก แต่พอมองดีๆ แล้ว... โดยเฉพาะตอนที่คุยกับพวกแฟนๆ ผมรู้สึกว่าพวกเขาไม่แตกต่างจากพวกเรามาก
อีทึก: พวกเราเหมือนกัน
อึนฮยอก: พวกเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน ต่างกันแค่ภาษาและก็สีผิว เพราะฉะนั้นถ้าจะคบกันก็น่าจะได้ และถ้าความสัมพันธ์เราคืบหน้า ใครจะไปรู้ เราอาจจะแต่งงานกันก็ได้
อีทึก: ทำไมนายถึงเป็นคนกลับกลอกอย่างงี้ล่ะ
♣ อึนฮยอกคิดถึงสมาชิกที่ไปจีน
อึนฮยอก: ที่ฝรั่งเศส ผมเจอกับผู้หญิงที่สวยมากๆ คนนึงล่ะ เธอเดินผ่านผมไป ผมรู้สึกอยากจะวิ่งตามเธอไปและขอให้เธอถ่ายรูปกับผม
อีทึก: แล้วทำไมนายไม่ทำอย่างนั้นล่ะ
อึนฮยอก: ผมกลัวฮะ ผมกลัวเพราะว่าผมอยู่ต่างประเทศ
อีทึก: นี่นายไปฝรั่งเศสมาจริงๆ รึเปล่าเนี่ย
อึนฮยอก: ผมจะไม่ได้ไปมาได้ยังไงกันครับ.....
อีทึก: ทำไมนายไม่พูดถึงสถานที่ต่างๆ เลยล่ะ
อึนฮยอก: ผมกำหนดไว้แล้วไม่ใช่เหรอฮะว่าจะเล่าให้ฟังทุกวันๆ ผมไปมาจริงๆนะ ผมหลงใหลบรรยากาศของต่างประเทศมากๆ เลย
อีทึก: ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจเลย นายไม่ได้ไปฝรั่งเศสมาสินะ
อึนฮยอก: ผมยังคิดถึงผู้หญิงคนนั้นอยู่เลยน่ะ....
อีทึก: ของฝากฉันล่ะ
อึนฮยอก: ผมซื้อมาแล้ว
อีทึก: ผ่านไปหลายวันแล้วทำไมยังไม่ให้ฉันอีก
อึนฮยอก: ผมซื้อมา ผมซื้อบางอย่างมาให้พี่ รอไปก่อนแล้วกันฮะ
อีทึก: รอทำไมล่ะ
อึนฮยอก: ผมอยากจะรอให้สมาชิกทุกคนมารวมตัวกันก่อนแล้วค่อยให้ทุกคนพร้อมกันเลย ผมเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว แต่วันที่ผมกลับมา สมาชิกบางคนไปที่จีน ผมไม่ชอบเอามากๆเลย... ผมรีบกลับมาแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ให้
อีทึก: นายน่ะไปเที่ยว พวกเขาจะต้องไปทำงานหนักนะ...
อึนฮยอก: ตอนนี้ก็ได้เวลาที่ผมจะมาเล่าเรื่องวันหยุดของผมที่ปารีสอีกครั้งนะครับ วันนี้ก็เริ่มตั้งแต่แรกเลยดีกว่า
อีทึก: ในที่สุดก็ได้เล่าสักที
อึนฮยอก: ผมติดต่อกับตัวแทนบริษัททัวร์ที่ผมรู้จัก เขาช่วยผมจองตั๋วเครื่องบินกับโรงแรม ผมบอกให้เขาช่วยส่งแผนที่บอกทางกับสิ่งอื่นๆ มาให้ผมทางอีเมล์ แต่ก่อนที่ผมจะไป ผมอยู่ซ้อมทั้งคืน หลังจากซ้อมผมก็จัดกระเป๋าแล้วก็ออกเดินทางเลยโดยไม่ได้อ่านอีเมล์ พอถึงฝรั่งเศสแล้วถึงเพิ่งจะนึกออก หลังจากผมลงจากเครื่องบิน ผมก็ไปเอากระเป๋าและก็เดินมาที่ทางออก ผมตกใจมากเลยฮะ เพราะพอผมเดินออกมา ผมก็ได้ยินเสียงกรี๊ดและก็เสียงกดชัตเตอร์รัวเลย ผมมองไปแล้วก็เห็นแฟนๆ ชาวฝรั่งเศสประมาณ 100 คนมารับผม ผมช็อกมากเลยฮะ พวกเขาวิ่งมาที่ผมและก็บอกว่าเป็นแฟนชาวฝรั่งเศส และก็หยิบรูปถ่ายมาให้ผมเซ็น ถ้าเป็นที่เกาหลีผมคงจะบอกไปว่าผมมีธุระและเซ็นให้ไม่ได้ ขอโทษแล้วก็ไป แต่ที่นั่นผมไม่รู้ว่าจะพูดยังไง ผมก็เลยเซ็นให้ทีละคนๆ หลังจากเซ็นไปนิดหนึ่งผมก็รู้สึกว่าผมเสียเวลา ผมก็เลยพูดว่า "(ภาษาอังกฤษ) ผม...ต้อง...ไป..." และพวกเขาก็ปล่อยให้พวกผมออกมาอย่างสุภาพ หลังจากเดินออกมา ผมก็รู้ตัวว่า ผมไม่รู้ว่าผมต้องไปที่ไหน ผมเลยเดินกลับไปกลับมา มีแฟนๆ บางคนวิ่งมาหาแล้วก็ถามว่าผมจะไปไหน ผมเลยถามพวกเขาว่าจะไปขึ้นรถไฟได้ที่ไหน พวกเขาเลยพาผมไปที่สถานีและก็ซื้อตั๋วให้ผม พวกเขาไปส่งผมที่โรงแรมด้วย หลังจากนั้นผมก็ถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพ
อีทึก: วันนี้เล่าแค่นี้เหรอ? ทำไมที่นายเล่าว่านายขึ้นรถไฟไปโรงแรมได้ยังไงนี่ มันฟังดูง่ายเกินไปล่ะ ที่จริงฉันเห็นวิดีโอนะ "(ภาษาอังกฤษ) เอิ่ม...โรงแรม....โรงแรม...อยู่ไหน...อยู่...ไหน...." แล้วนี่มันอะไรกัน สถานการณ์จริงมันต้องเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ แต่ตอนนี้นายดันถามเป็นภาษาเกาหลีซะอย่างนั้น
อึนฮยอก: ฮ่าๆๆๆ วิดีโอนั่นมันถ่ายมาแค่ส่วนหนึ่งนะ เลยถ่ายแค่ผมถามว่า "(ภาษาอังกฤษ) อยู่ไหน" ผมพูดอังกฤษเยอะมากเลยนะ ยังไงซะผมจะเล่าแค่นี้แล้วกัน
อีทึก: เขาโทรมาหาผมด้วยนะ "พี่! สุดยอดไปเลยล่ะ!!! มีแฟนๆ ซักร้อยคนอยู่ที่สนามบินด้วย!!!"
อึนฮยอก: ฮ่าๆๆๆ
อีทึก: ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากไปที่นั่นบ้าง
อึนฮยอก: ไปเลย ไปเลย
อีทึก: นายไปฝรั่งเศสมา ฉันอยากจะไปที่อังกฤษล่ะ
อึนฮยอก: พี่คิดว่าใครจะไปก็ไปได้งั้นเหรอ
อีทึก: นั่นมันบ้านฉันน่ะ แม่ฉันอยู่ที่นั่นล่ะ
♣ อึนฮยอกตั้งตารอคอยการแต่งงานกับคนต่างชาติ
อีทึก: อึนฮยอก ก่อนที่นายจะไปฝรั่งเศส นายบอกว่านายจะไม่แต่งงานกับคนต่างชาติ ตอนนี้นายกลับมาแล้ว มุมมองของนายเปลี่ยนไปไหม
อึนฮยอก: การแต่งงาน... ผมยังไม่แน่ใจฮะ แต่ผมคิดว่าเราน่าจะคบหากันได้นะ
อีทึก: อะไรนะ
อึนฮยอก: ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่ฮะ ตอนแรกผมรู้สึกว่าคนฝรั่งเศสน่ะแตกต่างจากเรามาก แต่พอมองดีๆ แล้ว... โดยเฉพาะตอนที่คุยกับพวกแฟนๆ ผมรู้สึกว่าพวกเขาไม่แตกต่างจากพวกเรามาก
อีทึก: พวกเราเหมือนกัน
อึนฮยอก: พวกเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน ต่างกันแค่ภาษาและก็สีผิว เพราะฉะนั้นถ้าจะคบกันก็น่าจะได้ และถ้าความสัมพันธ์เราคืบหน้า ใครจะไปรู้ เราอาจจะแต่งงานกันก็ได้
อีทึก: ทำไมนายถึงเป็นคนกลับกลอกอย่างงี้ล่ะ
♣ อึนฮยอกคิดถึงสมาชิกที่ไปจีน
อึนฮยอก: ที่ฝรั่งเศส ผมเจอกับผู้หญิงที่สวยมากๆ คนนึงล่ะ เธอเดินผ่านผมไป ผมรู้สึกอยากจะวิ่งตามเธอไปและขอให้เธอถ่ายรูปกับผม
อีทึก: แล้วทำไมนายไม่ทำอย่างนั้นล่ะ
อึนฮยอก: ผมกลัวฮะ ผมกลัวเพราะว่าผมอยู่ต่างประเทศ
อีทึก: นี่นายไปฝรั่งเศสมาจริงๆ รึเปล่าเนี่ย
อึนฮยอก: ผมจะไม่ได้ไปมาได้ยังไงกันครับ.....
อีทึก: ทำไมนายไม่พูดถึงสถานที่ต่างๆ เลยล่ะ
อึนฮยอก: ผมกำหนดไว้แล้วไม่ใช่เหรอฮะว่าจะเล่าให้ฟังทุกวันๆ ผมไปมาจริงๆนะ ผมหลงใหลบรรยากาศของต่างประเทศมากๆ เลย
อีทึก: ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจเลย นายไม่ได้ไปฝรั่งเศสมาสินะ
อึนฮยอก: ผมยังคิดถึงผู้หญิงคนนั้นอยู่เลยน่ะ....
อีทึก: ของฝากฉันล่ะ
อึนฮยอก: ผมซื้อมาแล้ว
อีทึก: ผ่านไปหลายวันแล้วทำไมยังไม่ให้ฉันอีก
อึนฮยอก: ผมซื้อมา ผมซื้อบางอย่างมาให้พี่ รอไปก่อนแล้วกันฮะ
อีทึก: รอทำไมล่ะ
อึนฮยอก: ผมอยากจะรอให้สมาชิกทุกคนมารวมตัวกันก่อนแล้วค่อยให้ทุกคนพร้อมกันเลย ผมเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว แต่วันที่ผมกลับมา สมาชิกบางคนไปที่จีน ผมไม่ชอบเอามากๆเลย... ผมรีบกลับมาแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ให้
อีทึก: นายน่ะไปเที่ยว พวกเขาจะต้องไปทำงานหนักนะ...
♣ อีทึกถูกศิลปินหญิงปฏิเสธ
อีทึก: ถึงฉันจะอายุเท่านี้แล้ว แต่ฉันขอเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิงแค่ครั้งเดียวเองนะ อึนฮยอก ตอนนั้นนายอยู่ด้วยใช่ไหม
อึนฮยอก: ใช่ฮะ
อีทึก: (ถอนหายใจ) มันไม่ได้ผลล่ะ
อึนฮยอก: ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละฮะ... แค่พยายามก็ดีพอแล้ว จนถึงตอนนี้ผมยังเสียดายอยู่เลย... ถ้าผมสามารถเข้าไปคุยกับคนต่างชาติได้.....
อีทึก: ในตอนนั้น ฉันจะขอให้ชินดงช่วยเวลาขอเบอร์โทรศัพท์ใคร "ชินดงอ่า... พี่น่ะหวังพึ่งนายอยู่นะ นายต้องช่วยขอเบอร์มานะ..."
อึนฮยอก: ผมทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอก ผมขี้อายน่ะ
♣ หอไอเฟล
อีทึก: ตอนนี้ก็ได้เวลาฟังเรื่องเล่าของอึนฮยอกกันอีกครั้งนะครับ
อึนฮยอก: ครั้งก่อนผมเล่าเรื่องตอนที่ไปถึง ครั้งนี้ผมจะเล่าถึงวันแรกฮะ วันแรกไม่มีอะไรให้ทำมาก ผมก็เลยนอนพักผ่อนอยู่ซักพักที่โรงแรม ระหว่างนั้นผมก็โทรบอกสมาชิกว่าผมถึงโดยสวัสดิภาพ กว่าจะโทรเสร็จก็ปาเข้าไปถึงตอนเย็นแล้ว จากโรงแรมที่ผมพักอยู่ เดินไปที่หอไอเฟลใช้เวลาแค่ 10 นาที อยู่ตรงแม่น้ำแซนน์ (Seine River) ผมเลยหยิบกระเป๋ากับกล้องออกไป มองไกลๆ แล้วมันน่าตื่นเต้นมากเลยฮะ ยิ่งผมเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกทึ่งกับความสูงของมัน ผมไม่รู้มันก่อนเลยว่ามันสูงขนาดนั้น
อีทึก: มันสูงเท่าไหร่ล่ะ
อึนฮยอก: สูงกว่าผมฮะ
อีทึก: สูงกว่าตึก KBS ไหม
อึนฮยอก: มันจะมีเสาที่ทำหน้าที่เป็นฐานอยู่สี่ด้าน... มันไม่สูงเท่า KBS แต่ก็สูงมากเลยฮะ ผมอยากจะถ่ายรูปเลยหยิบกล้องออกมา แต่ว่าแบตเตอรี่มันหมด ผมก็เลยต้องใช้มือถือถ่าย อ้อ หอไอเฟลสูงประมาณ 300 เมตรกว่าๆ ฮะ
อีทึก: ขอบคุณโปรดิวเซอร์สำหรับข้อมูลนะครับ
อึนฮยอก: มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีจำผมได้ด้วยล่ะ พวกเขาตกใจมากที่ผมมาเที่ยวคนเดียว พวกเขาเล่าว่าพวกเขาได้ฟัง Sorry, Sorry และก็คุยกันเรื่อง Super Junior ด้วย เลยเหมือนปาฏิหาริย์มากที่ได้เห็นผม ผมคุยกับพวกเขาและก็ถามเรื่องสถานที่ต่างๆ ที่จะไป หลังจากผมก็กลับมาโรงแรม พี่รู้ไหมว่าที่ลักษณะพิเศษของหอไอเฟลน่ะคืออะไร
อีทึก: นายเล่าให้ฉันฟังก่อนหน้านี้นี่ ...เรื่องแสงไฟที่เปลี่ยนไปในเวลาที่กำหนดไว้ใช่ไหม
อึนฮยอก: ใช่ฮะ มันเริ่มตอนสองทุ่ม แสงสีสวยแล้วก็วิเศษไปเลยล่ะ และทุกชั่วโมงมันจะกะพริบหนึ่งครั้ง ถ้าพี่ไปพี่ต้องไปดูมันนะ ในเวลานั้นน่ะ คู่รักหลายคูก่จะจูบกัน
อีทึก: นายเล่าได้น่าเบื่อมากเลยล่ะ....
อึนฮยอก: มันน่าสนใจนะฮะ ผมสนุกมากเลย
อีทึก: เราก็ใช้เวลากันไปพอสมควรแล้วนะฮะกับเรื่องเล่าของอึนฮยอก พวกเราจะให้นายเล่าเหตุการณ์ที่น่าสนใจวันต่อวันเลยแล้วกันนะ
อึนฮยอก: ผมยังไม่ได้เล่าเรื่องสนุกๆ เลย ผมเพิ่งเล่าถึงวันแรกที่หอไอเฟลเอง
อีทึก: ทุกคนช่วยติดตามรับฟังด้วยนะครับ
อึนฮยอก: วันที่สองสนุกกว่าเยอะเลยฮะ วันที่สองนี่แหละของจริง
♣ ติดตามฟังเรื่องเล่าที่ฝรั่งเศสรายสัปดาห์ด้วยนะครับ
อีทึก: ได้เวลาอีกครั้งแล้วนะครับที่เราจะมาฟังเรื่องเล่าจากปารีส วันนี้นายจะเล่าเรื่องอะไรล่ะ
อึนฮยอก: ผมขอโทษ ผมตัดสินใจไว้แล้วว่าผมจะเล่าเรื่องปารีสทุกๆ วันจันทร์
อีทึก: นายไม่ได้เตรียมมาละสินะ
อึนฮยอก: ผมคิดทบทวนอย่างระมัดระวังแล้ว ถ้าผมเล่าทุกวันมันจะจบเร็วมากเลย ถ้าเล่าอาทิตย์ละครั้งน่าจะดีกว่า
อีทึก: ทุกๆ วันจันทร์? ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่นายทำอย่างนี้ จริงๆ แล้วนายไม่มีอะไรจะเล่าใช่ไหม
อึนฮยอก: ผมเก็บข้อมูลไว้หมดเลยนะ ตั๋วรถไฟ แผนที่การเดินรถ เก็บไว้หมดเลย
อีทึก: เขาดีใจมากที่เขาได้ไปฝรั่งเศสฮะ วันก่อนผมไปที่บริษัท ผู้จัดการคนเก่าของเราพูดตลกๆว่า "อึนฮยอกอ่า วันนี้นายแต่งตัวหล่อมากเลยนะ" อึนฮยอกก็ตอบว่า "นี่เป็นแฟชั่นยุโรปฮะ~"
อึนฮยอก: วันก่อนที่ผมจะออกเดินทาง ผมซื้อเสื้อผ้าใหม่ด้วย ยังไงก็ตาม หลังจากนี้เรื่องเล่าของผมจะน่าสนใจมากขึ้นอีกฮะ ทุกคนต้องหมุนมาฟังนะครับ
อีทึก: แม่ของอึนฮยอกโทรเข้ามาตอนออกอากาศเมื่อวาน และท่านก็บอกกับฉันว่า "ทึกกี้น่าจะไปด้วย~"
อึนฮยอก: อยากไปด้วยกันจริงๆฮะ ครั้งหน้าเราไปด้วยกันเถอะนะ
อีทึก: ใช่ น่าเบื่อมากเลยถ้านายไปคนเดียวน่ะ ไปด้วยกันเถอะ
♣ด้านอนุรักษ์นิยมของอึนฮยอก
อึนฮยอก: ในอนาคตถ้าผมแต่งงาน ผมจะให้ภรรยาของผมได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ล่ะ
อีทึก: นายจะยอมให้เธอไปดูหนังคนเดียวเหรอ
อึนฮยอก: ถ้าผมยุ่งล่ะก็ เธอจะไปดูคนเดียวก็ได้
อีทึก: ฉันไม่ชอบอยางนั้นเลย ถ้าเราทำงานก็ต้องทำงานด้วยกัน ถ้าว่างก็ว่างด้วยกัน
อึนฮยอก: พี่หมายความว่าหลังจากแต่งงานแล้ว พี่ก็จะให้เธอทำงานเหรอ
อีทึก: แน่นอน
อึนฮยอก: อา... ผมจะไม่ยอมให้เธอทำงานแน่ๆ
อีทึก: แล้วนายจะเสียใจ เมื่อวันเวลาผ่านไปนายก็จะรู้ตัวว่านายไม่มีเงินพอใช้ คู่รักน่ะควรจะต่อสู้ดิ้นรนด้วยกันนะ
อึนฮยอก: ผมจะหาเงินให้ใช้เพียงพอ แต่ผมก็จะช่วยเธอทำงานบ้านด้วย แม้แต่ตอนอยู่ที่หอผมก็คอยล้างจาน ถ้าคุณป้าไม่เข้ามาที่หอระหว่างวันหยุดเสาร์อาทิตย์ผมก็จะล้างจาน ผมน่ะเป็นแฟมิลี่แมนนะ
อีทึก: ตอนที่ฉันแต่งงาน ก็จะมีคนประดิษฐ์หุ่นยนต์ทำงานบ้านขึ้นมา
อึนฮยอก: เดี๋ยวผมสร้างให้พี่ซักตัวก็ได้
อีทึก: แต่ยังไงฉันก็จะช่วยด้วย และถ้าฉันทำคนเดียวก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน
อึนฮยอก: พูดตอนนี้ถึงเวลาจริงอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ พี่คงไม่ขยับตัวเลยซักนิด
Source: --dreamx @ sj-world.net
English - Thai Translations: junjyou@luvsuju.net
TAKE OUT WITH FULL CREDITS.
อีทึก: ถึงฉันจะอายุเท่านี้แล้ว แต่ฉันขอเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิงแค่ครั้งเดียวเองนะ อึนฮยอก ตอนนั้นนายอยู่ด้วยใช่ไหม
อึนฮยอก: ใช่ฮะ
อีทึก: (ถอนหายใจ) มันไม่ได้ผลล่ะ
อึนฮยอก: ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละฮะ... แค่พยายามก็ดีพอแล้ว จนถึงตอนนี้ผมยังเสียดายอยู่เลย... ถ้าผมสามารถเข้าไปคุยกับคนต่างชาติได้.....
อีทึก: ในตอนนั้น ฉันจะขอให้ชินดงช่วยเวลาขอเบอร์โทรศัพท์ใคร "ชินดงอ่า... พี่น่ะหวังพึ่งนายอยู่นะ นายต้องช่วยขอเบอร์มานะ..."
อึนฮยอก: ผมทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอก ผมขี้อายน่ะ
♣ หอไอเฟล
อีทึก: ตอนนี้ก็ได้เวลาฟังเรื่องเล่าของอึนฮยอกกันอีกครั้งนะครับ
อึนฮยอก: ครั้งก่อนผมเล่าเรื่องตอนที่ไปถึง ครั้งนี้ผมจะเล่าถึงวันแรกฮะ วันแรกไม่มีอะไรให้ทำมาก ผมก็เลยนอนพักผ่อนอยู่ซักพักที่โรงแรม ระหว่างนั้นผมก็โทรบอกสมาชิกว่าผมถึงโดยสวัสดิภาพ กว่าจะโทรเสร็จก็ปาเข้าไปถึงตอนเย็นแล้ว จากโรงแรมที่ผมพักอยู่ เดินไปที่หอไอเฟลใช้เวลาแค่ 10 นาที อยู่ตรงแม่น้ำแซนน์ (Seine River) ผมเลยหยิบกระเป๋ากับกล้องออกไป มองไกลๆ แล้วมันน่าตื่นเต้นมากเลยฮะ ยิ่งผมเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกทึ่งกับความสูงของมัน ผมไม่รู้มันก่อนเลยว่ามันสูงขนาดนั้น
อีทึก: มันสูงเท่าไหร่ล่ะ
อึนฮยอก: สูงกว่าผมฮะ
อีทึก: สูงกว่าตึก KBS ไหม
อึนฮยอก: มันจะมีเสาที่ทำหน้าที่เป็นฐานอยู่สี่ด้าน... มันไม่สูงเท่า KBS แต่ก็สูงมากเลยฮะ ผมอยากจะถ่ายรูปเลยหยิบกล้องออกมา แต่ว่าแบตเตอรี่มันหมด ผมก็เลยต้องใช้มือถือถ่าย อ้อ หอไอเฟลสูงประมาณ 300 เมตรกว่าๆ ฮะ
อีทึก: ขอบคุณโปรดิวเซอร์สำหรับข้อมูลนะครับ
อึนฮยอก: มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีจำผมได้ด้วยล่ะ พวกเขาตกใจมากที่ผมมาเที่ยวคนเดียว พวกเขาเล่าว่าพวกเขาได้ฟัง Sorry, Sorry และก็คุยกันเรื่อง Super Junior ด้วย เลยเหมือนปาฏิหาริย์มากที่ได้เห็นผม ผมคุยกับพวกเขาและก็ถามเรื่องสถานที่ต่างๆ ที่จะไป หลังจากผมก็กลับมาโรงแรม พี่รู้ไหมว่าที่ลักษณะพิเศษของหอไอเฟลน่ะคืออะไร
อีทึก: นายเล่าให้ฉันฟังก่อนหน้านี้นี่ ...เรื่องแสงไฟที่เปลี่ยนไปในเวลาที่กำหนดไว้ใช่ไหม
อึนฮยอก: ใช่ฮะ มันเริ่มตอนสองทุ่ม แสงสีสวยแล้วก็วิเศษไปเลยล่ะ และทุกชั่วโมงมันจะกะพริบหนึ่งครั้ง ถ้าพี่ไปพี่ต้องไปดูมันนะ ในเวลานั้นน่ะ คู่รักหลายคูก่จะจูบกัน
อีทึก: นายเล่าได้น่าเบื่อมากเลยล่ะ....
อึนฮยอก: มันน่าสนใจนะฮะ ผมสนุกมากเลย
อีทึก: เราก็ใช้เวลากันไปพอสมควรแล้วนะฮะกับเรื่องเล่าของอึนฮยอก พวกเราจะให้นายเล่าเหตุการณ์ที่น่าสนใจวันต่อวันเลยแล้วกันนะ
อึนฮยอก: ผมยังไม่ได้เล่าเรื่องสนุกๆ เลย ผมเพิ่งเล่าถึงวันแรกที่หอไอเฟลเอง
อีทึก: ทุกคนช่วยติดตามรับฟังด้วยนะครับ
อึนฮยอก: วันที่สองสนุกกว่าเยอะเลยฮะ วันที่สองนี่แหละของจริง
♣ ติดตามฟังเรื่องเล่าที่ฝรั่งเศสรายสัปดาห์ด้วยนะครับ
อีทึก: ได้เวลาอีกครั้งแล้วนะครับที่เราจะมาฟังเรื่องเล่าจากปารีส วันนี้นายจะเล่าเรื่องอะไรล่ะ
อึนฮยอก: ผมขอโทษ ผมตัดสินใจไว้แล้วว่าผมจะเล่าเรื่องปารีสทุกๆ วันจันทร์
อีทึก: นายไม่ได้เตรียมมาละสินะ
อึนฮยอก: ผมคิดทบทวนอย่างระมัดระวังแล้ว ถ้าผมเล่าทุกวันมันจะจบเร็วมากเลย ถ้าเล่าอาทิตย์ละครั้งน่าจะดีกว่า
อีทึก: ทุกๆ วันจันทร์? ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่นายทำอย่างนี้ จริงๆ แล้วนายไม่มีอะไรจะเล่าใช่ไหม
อึนฮยอก: ผมเก็บข้อมูลไว้หมดเลยนะ ตั๋วรถไฟ แผนที่การเดินรถ เก็บไว้หมดเลย
อีทึก: เขาดีใจมากที่เขาได้ไปฝรั่งเศสฮะ วันก่อนผมไปที่บริษัท ผู้จัดการคนเก่าของเราพูดตลกๆว่า "อึนฮยอกอ่า วันนี้นายแต่งตัวหล่อมากเลยนะ" อึนฮยอกก็ตอบว่า "นี่เป็นแฟชั่นยุโรปฮะ~"
อึนฮยอก: วันก่อนที่ผมจะออกเดินทาง ผมซื้อเสื้อผ้าใหม่ด้วย ยังไงก็ตาม หลังจากนี้เรื่องเล่าของผมจะน่าสนใจมากขึ้นอีกฮะ ทุกคนต้องหมุนมาฟังนะครับ
อีทึก: แม่ของอึนฮยอกโทรเข้ามาตอนออกอากาศเมื่อวาน และท่านก็บอกกับฉันว่า "ทึกกี้น่าจะไปด้วย~"
อึนฮยอก: อยากไปด้วยกันจริงๆฮะ ครั้งหน้าเราไปด้วยกันเถอะนะ
อีทึก: ใช่ น่าเบื่อมากเลยถ้านายไปคนเดียวน่ะ ไปด้วยกันเถอะ
♣ด้านอนุรักษ์นิยมของอึนฮยอก
อึนฮยอก: ในอนาคตถ้าผมแต่งงาน ผมจะให้ภรรยาของผมได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ล่ะ
อีทึก: นายจะยอมให้เธอไปดูหนังคนเดียวเหรอ
อึนฮยอก: ถ้าผมยุ่งล่ะก็ เธอจะไปดูคนเดียวก็ได้
อีทึก: ฉันไม่ชอบอยางนั้นเลย ถ้าเราทำงานก็ต้องทำงานด้วยกัน ถ้าว่างก็ว่างด้วยกัน
อึนฮยอก: พี่หมายความว่าหลังจากแต่งงานแล้ว พี่ก็จะให้เธอทำงานเหรอ
อีทึก: แน่นอน
อึนฮยอก: อา... ผมจะไม่ยอมให้เธอทำงานแน่ๆ
อีทึก: แล้วนายจะเสียใจ เมื่อวันเวลาผ่านไปนายก็จะรู้ตัวว่านายไม่มีเงินพอใช้ คู่รักน่ะควรจะต่อสู้ดิ้นรนด้วยกันนะ
อึนฮยอก: ผมจะหาเงินให้ใช้เพียงพอ แต่ผมก็จะช่วยเธอทำงานบ้านด้วย แม้แต่ตอนอยู่ที่หอผมก็คอยล้างจาน ถ้าคุณป้าไม่เข้ามาที่หอระหว่างวันหยุดเสาร์อาทิตย์ผมก็จะล้างจาน ผมน่ะเป็นแฟมิลี่แมนนะ
อีทึก: ตอนที่ฉันแต่งงาน ก็จะมีคนประดิษฐ์หุ่นยนต์ทำงานบ้านขึ้นมา
อึนฮยอก: เดี๋ยวผมสร้างให้พี่ซักตัวก็ได้
อีทึก: แต่ยังไงฉันก็จะช่วยด้วย และถ้าฉันทำคนเดียวก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน
อึนฮยอก: พูดตอนนี้ถึงเวลาจริงอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ พี่คงไม่ขยับตัวเลยซักนิด
Source: --dreamx @ sj-world.net
English - Thai Translations: junjyou@luvsuju.net
TAKE OUT WITH FULL CREDITS.


20 นาทีที่ไทยมีค่ามาก อิอิ
พี่เค้าเต้นได้ฮากระจายกันสุดๆ
ขอบคุนทรานค่ะ
#1 By ★nnnnnut on 2009-10-06 20:19